แว่นตากันแดดไม่ได้มีประโยชน์ด้านแฟชั่นอย่างเดียวเท่านั้น มันยังสามารถป้องกันการทำลายดวงตาอย่างถาวร จากการเสื่อมสภาพของดวงตาทั้งโรคต้อกระจก ต้อเนื้อ และการทำลายจอประสาทตา

แสงทำความเสียหายต่อตาได้อย่างไร
แสงทั้งหมดเป็นพลังงาน เมื่อตาซึมซับแสงจะเกิดกระบวนการความร้อนหรือปฏิกิริยาเคมีในเนื้อเยื่อตา ปฏิกิริยาเหล่านี้สามารถก่อให้เกิดความเสียหายอย่างถาวร เนื่องจาก แสงอาทิตย์ เป็นรังสีแม่เหล็กไฟฟ้าส่วนหนึ่งที่ปล่อยออกจากดวงอาทิตย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแสงในช่วงอินฟราเรด (IR) แสงที่ตามองเห็น และอัลตราไวโอเล็ต (UV) บนโลก แสงอาทิตย์ถูกกรองผ่านชั้นบรรยากาศโลก และเห็นชัดเป็นแสงกลางวันเมื่อดวงอาทิตย์อยู่เหนือเส้นขอบฟ้า แสงอาทิตย์ประกอบด้วยแสงหลายชนิดที่ทำความเสียหายต่อตาคือ

รังสีอัลตราไวโอเลตซึ่งตามองไม่เห็นและมักจะเรียกว่า "รังสี UV" รังสี UV มีสองประเภทUVA และ UVB

UVA จะถูกดุดซับที่เลนส์แก้วตา เป็นหลัก ถ้าได้รับปริมาณมากๆ จะเกิดต้อกระจกได้
UVB จะถูกดุดซับที่กระจกตาและเยื่อบุลูกตา ถ้าได้รับปริมาณมากๆ จะเกิดต้อลม ต้อเนื้อ และต้อกระจกได้
แสงที่ตามองเห็น จะดูดซับที่จอประสาทตา หากมองเห็นแสงสว่างจ้ามากไปหรือหากคุณจ้องโดยตรงที่ดวงอาทิตย์ แม้ระยะสั้นๆ อาจก่อให้เกิดการสูญเสียการมองเห็นถาวรได้
แสงสีน้ำเงิน พบมากในแสงที่สะท้อนจากผิวน้ำ นักวิทยาศาสตร์บางคนเชื่อว่าแสงสีน้ำเงินเพิ่มความเสื่อมของจอประสาทตาของคนที่อายุเกินหกสิบ

วิธีเลือกแว่นกันแดด
ราคาของแว่นก็ไม่ได้เป็นตัวบอกความสามารถในการป้องกันรังสี UV เสมอไป แนะนำให้ซื้อแว่นตากันแดดควรจากบริษัทที่มีการรับรอง ว่าสามารถป้องกันได้ทั้งรังสี UV-A และ UV-B อีกประการหนึ่งคือแว่นที่มีตัวกระจกที่ใหญ่ๆ จะช่วยป้องกันสายตาจากดวงอาทิตย์ได้ทั้งจากด้านบนและด้านข้าง ซึ่งควรมีขอบแว่นที่โค้งและมีการปิดตรงบริเวณขมับด้วยจะช่วยป้องกันด้านข้างของตาได้ (Wrap-Around)

แว่นกันแดดจะช่วยกรองแสงให้ดวงตารู้สึกสบายขึ้น และปกป้องดวงตาจากอันตรายของแสงแดดจ้าได้ การเลือกซื้อแว่นกันแดด จึงควรดูที่ฉลากที่กำกับแว่นว่าสามารถป้องกันรังสี UVA และ UVB ได้หรือไม่ เพราะรังสีอัลตราไวโอเล็ตทั้งสองชนิดนี้ต่างก็ทำลายนัยน์ตา UVB นั้นจะดูดซึมที่กระจกตา แต่ถ้ารับแสงจ้านานเกินควร อาจจะทะลุไปที่จอรับภาพได้ ส่วน UVA จะดูดซึมเข้าไปได้ลึกกว่า ดังนั้นการเลือกแว่นกันแดดคุณภาพดีจึงเปรียบเสมือนทาครีมกันแดดชั้นดี ให้แก่ดวงตา
องค์กรอาหารและยาสหรัฐอเมริกา กำหนดไว้ว่า แว่นกันแดดที่ได้มาตรฐานอย่างน้อยต้องสามารถป้องกัน UVA ได้ 95 เปอร์เซนต์ และ UVB 99 เปอร์เซ็นต์
หากต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีความสว่างมาก เช่น นักปีนเขาควรเลือกเลนส์ที่สามารถลดความเข้มแสงได้สูงถึง 97 เปอร์เซ็นต์
สำหรับการใช้งานทั่วๆไป เช่น การเดินเล่นตามชายหาดหรือขับรถ เลือกเลนส์ที่ตัดแสงได้ 70-90 เปอร์เซ็นต์ ก็นับว่าเพียงพอแล้ว
รูปทรงของแว่นมีวิธีเลือกอย่างไร 
แว่นกันแดดที่มีขนาดใหญ่ทรงโค้งมน จะปกปิดดวงตาได้ดี แว่นกันแดดที่มีขนาดใหญ่เพียงอย่างเดียวแต่ไม่โค้งมนจะทำให้ดวงตาสัมผัสต่อแสงมากเป็น 3 เท่าของแว่นทรงโค้งมนเลยทีเดียว นอกจากนี้แว่นกันแดดทรงโค้งมนจะไม่ตกหล่นง่ายเวลาใส่อีกด้วย
สีของเลนส์มีวิธีเลือกอย่างไร
สำหรับสีของเลนส์นั้น สีเลนส์ที่ดีและเหมาะที่จะใช้คือสีเทา - ดำ และเขียว - ดำ หากอยู่บริเวณชายหาด สีเลนส์ที่เหมาะจะใช้คือสีชา-น้ำตาล หรือเทา ส่วนเลนส์สีเหลืองไม่เหมาะจะใส่เวลาขับรถ เพราะมันจะทำให้เห็นสีไฟจราจรไม่ชัดเจนระหว่างไฟแดง และไฟเขียวได้
ความพอดีของเลนส์กับกรอบแว่นดูอย่างไร
เมื่อเลือกแบบแว่นกันแดดได้แล้ว ก็ควรจะดูว่าขอบของเลนส์พอดีกับแว่นหรือไม่ โดยการลองใส่แล้วเดินไป-มาขึ้น-ลงบันได ให้แน่ใจว่ามันจะไม่เลื่อนหลุดออกมาจากตัวแว่นจริง ๆ หรือจะใช้วิธีจับแว่นตาไว้ แล้วดูในแนวตั้งและแนวนอนว่าขอบเลนส์ออกมานอกกรอบแว่นหรือไม่ เวลามองเส้นตรงแล้วไม่มีการบิดเบี้ยว
ทุกคนควรป้องกันดวงตาโดยการสวมแว่นกันแดดทุกครั้งที่ออกแดด และควรเป็นแว่นกันแดดที่กันรังสี UV ได้ด้วย โดยไม่ต้องคำนึงว่าควรทำเฉพาะผู้สูงอายุเท่านั้น เพราะรังสี UV มีอันตรายต่อดวงตามาก เด็กๆ ก็สามารถสวมแว่นตากันแดดได้
นอกจากนี้คุณยังสามารถช่วยปกป้องดวงตาโดยใส่หมวกกว้างเกราะเพื่อกันแสงแดดจ้าโดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูร้อน ช่วงเวลาเที่ยงที่แสงอาทิตย์แรงที่สุด
แว่นตากันแดดที่ราคาถูกช่วยประหยัด แต่ว่าจะสามารถป้องกันดวงตาจากรังสี UV ที่อันตรายได้มากน้อยแค่ไหนเมื่อเทียบกับแว่นราคาแพง ?

ในเมื่อคุณมีดวงตาเพียงคู่เดียว...................